6 เทรนด์ที่ต้องจับตามองในวงการหุ่นยนต์อุตฯ

การใช้งานออโตเมชันและหุ่นยนต์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันภายใต้สภาวะการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนรวมไปถึงการเติบโตของเทคโนโลยีที่รวดเร็วพอ ๆ กับน้ำแข็งขั้วโลกละลายนั้นทำให้เทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในปัจจุบันเกิดการแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ตามติดเทรนด์ ‘โรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่’ ขับเคลื่อนกระบวนการผลิตด้วยหุ่นยนต

ในขณะที่การใช้งานหุ่นยนต์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงของโลกก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงเร็วยิ่งกว่า ทำให้การใช้งานและการครอบครองของหุ่นยนต์ในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากมาย โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองมี ดังนี้

1. การมาถึงของ AI สำหรับหุ่นยนต์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีลงทุนพัฒนาเซนเซอร์และเทคโนโลยีด้านข้อมูลจำนวนมาก ทำให้เกิดการลงทุนต่อยอดจากสิ่งเหล่านั้นด้วยการพัฒนาระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดรวมไปถึง AI ที่ตีคู่มาด้วยกัน ในอนาคตอันใกล้หุ่นยนต์จะเป็นแหล่งผลิตข้อมูลจำนวนมากรวมถึงการใช้งานโดรน ยานยนต์อัตโนมัติ และเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถใช้ในกิจการของโรงงานอัตโนมัติยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการมาถึงของ AI และ Machine Learning เป็นการยกระดับการใช้งานหุ่นยนต์ไปอีกขั้นหนึ่งแบบด้าวกระโดด แต่ทว่าการใช้งาน AI อาจต้องลงทุนทั้งเงินตราและเวลาจำนวนมากเพื่อพัฒนาระบบ AI ที่สามารถประมวลผลและทำงานได้ตามต้องการ

2. จีนขึ้นเป็นผู้นำในการใช้หุ่นยนต์

การเติบโตของตลาดหุ่นยนต์อุตฯ ในจีนนั้นมีอัตราที่สูงมาก มีการลงทุนซื้อขายหุ่นยนต์ที่มากกว่าประเทศอื่น ๆ มาตั้งแต่ช่วงปี 2013 อ้างอิงขาก Marketing Intelligence Resource จีนมีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะในปี 2018 เพิ่มขึ้น 46% คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตในฐานะ ‘โรงงานแห่งโลก’ และปัจจุบันมีความพยายามในการนำหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูงมาใช้แทนแรงงาน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแผนนโยบาย ‘Made in China 2025’ ที่ตั้งเป้าเป็นอันดับ 1 ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราจะพบว่ามีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวนมากถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจีนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าและสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตเดิมจากตะวันตกหรือญี่ปุ่นนั้นยังคงรักษาตลาดไว้ได้ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมารวมถึงนวัตกรรมเฉพาะทางต่าง ๆ ที่จีนยังไม่อาจครอบครองได้ในตอนนี้

3. มีบริษัทหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย

ปัจจุบันมีบริษัทที่ทำการพัฒนาหุ่นยนต์และทำการตลาดด้านหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีน ทำให้ผู้ผลิตนั้นมีตัวเลือกด้านหุ่นยนต์จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานเฉพาะทางหรือหุ่นยนต์สำหรับกิจกรรมการผลิตทั่วไป นอกจากนี้การนำ PC มาใช้กับงานอุตสาหกรรมทำให้หุ่นยนต์นั้นมีโอกาสมากขึ้นในการขยายตลาดอีกด้วย การเกิดขึ้นของบริษัทเหล่านี้เพิ่มตัวเลือกที่เกิดขึ้นมาจากการแข่งขันของผู้ผลิตเอง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับหยิบจับ การพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางตามการใช้งาน เป็นผลทำให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็วรวมถึงการลดราคาเพื่อทำการแข่งขันอีกด้วย

4. เซนเซอร์เกิดการขาดแคลน

เมื่อความต้องการในออโตเมชันที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานชนิดใหม่ เช่น ยานยนต์อัตโนมัติต้องการตัวแสกนเลเซอร์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้นเพื่อนำทางบนถนนหนทางโดยเฉพาะยามที่วิสัยทัศน์ไม่ดีในตอนที่หิมะตกหรือฝนกระหน่ำ สำหรับเซนเซอร์อัจฉริยะนั้นจะช่วยให้การใช้งานพลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในขณะที่เซนเซอร์บางชนิดจะทำการเสนอแนะนำและรวบรวมข้อมูลในการสนับสนุนมนุษย์ เช่น กล้อง 3 มิติที่สามารถให้ความแม่นยำข้อมูลที่มากกว่า หรือผิวหนังสังเคราะห์ที่สามารถห่อหุ้มหุ่นยนต์เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรู้สึกถึงการสัมผัสได้ ด้วยเหตุนี้เซนเซอร์จึงกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโลกสมัยใหม่ ทำให้มีความต้องการใช้งานมากขึ้นและเมื่อมาประกอบกับความไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกรวมถึงความสัมพันธ์ระดับนานาชาติอย่างจีน-สหรัฐฯ และเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนเซนเซอร์กลายเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการใส่ใจมากขึ้นไปอีก

5. การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Logistics อัจฉริยะ

บริษัทจำนวนมากในปัจจุบันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ข้ามแพลตฟอร์มของห่วงโซ่มูลค่าโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะ หุ่นยนต์บริการ หรือรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง หุ่นยนต์ในปัจจุบันนิยมใช้ในงานบรรจุภัณฑ์และการหยิบจับวัตถุดิบเป็นหลัก แต่เมื่อมีการใช้งานหุ่นยนต์และพาหนะอัตโนมัติร่วมกับเซนเซอร์จะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพการทำงานได้อย่างแตกต่างชัดเจนในกระบวนการที่เป็นการทำซ้ำๆ ด้วยปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นทำให้สามารถหาหนทางปรับปรุงความคล่องตัวความต่อเนื่องในการทำงานและลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ได้มากถึง 68%

6. การเติบโตของตลาด Cobot

Cobot นั้นเป็นอีกก้าวหนึ่งของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมซึ่งหุ่นเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยเคียงข้างกับมนุษย์รวมถึงยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าหุ่นยนต์อุตฯ ทั่วไปอีกด้วย และเมื่อ Cobot มีความสามารถใกล้เคียงกับการใช้งานโรงงานการปรับให้เข้ากับผู้ผลิตที่มี ROI อันเข้มงวดได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าระบบออโตเมชันของหุ่นยนต์จะไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างทั่วถึงและทรงพลังเท่ากับระบบอัตโนมัติ แต่การใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมนั้นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีกสักระยะเพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพที่เต็มรูปแบบ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ความสำคัญของการใช้งานหุ่นยนต์จะมีความเข้มข้นและโดดเด่นยิ่งขึ้น

ที่มา:
Roboticstomorrow.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.Required fields are marked *