การทำงานใดๆ ก็ตามล้วนต้องมีมาตรฐานรองรับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจในการใช้งาน โดยระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานเองก็จำเป็นต้องมีมาตรฐานที่เหมาะสม นอกเหนือไปจากมาตรฐานหลักยอดนิยมอย่าง ISO เช่นกัน โดยในวันนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับ ISA มาตรฐานสำหรับระบบอัตโนมัติโดยเฉพาะ
มาตรฐาน ISA คืออะไร?
มาตรฐานนั้นเป็นชุดของความต้องการที่ทำให้เกิดคุณภาพในกระบวนการ ระบบ ผลิตภัณฑ์ หรือวัตถุดิบในระดับที่ยอมรับได้ หรืออยู่ในระดับสูงสำหรับมาตรฐานพิเศษ
สำหรับมาตรฐาน ISA (International Society of Automation) เป็นมาตรฐานที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติสามารถควบคุมกระบวนการทำงาน และเพิ่มความปลอดภัย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรฐานที่เห็นชอบร่วมกันมากกว่า 150 มาตรฐาน และมีคำแนะนำในการดำเนินงานที่สะท้อนถึงความรู้และความชำนาญจากผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมกว่า 3,000 รายทั่วโลก
ทำไมโรงงานถึงต้องปรับใช้มาตรฐาน?
อาจมีบางคนที่ยังมองว่าการบังคับหรือปฏิบัติตามมาตรฐานนั้นเป็นเรื่องของการเพิ่มต้นทุน ซึ่งจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่หากวัดผลโดยรวมแล้วจะพบว่า ‘การทำงานอย่างไร้มาตรฐาน’ กลับมาผลเสียที่ตามมามากกว่า ทั้งประเด็นด้านต้นทุน ค่าชดเชยจากความเสียหายต่างๆ ตลอดจนความไว้วางใจของลูกค้าด้วย ดังนั้นการปฏิบัติหรือปรับตัวเพื่อใช้มาตรฐานจะช่วยให้โรงงานเกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่างๆ ลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากปัญหาซึ่งยังไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งจุดเด่นของการปรับใช้มาตรฐานได้แก่
- เพิ่มความปลอดภัยแรงงาน
- เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร
- ลดต้นทุนการออกแบบและการบูรณาการ
- ทำให้สามารถเปลี่ยนระบบหรือชิ้นส่วนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ หรือคุณภาพในการใช้งาน
- ลด Downtime และต้นทุนการซ่อมบำรุง ทั้งยังไม่ต้องเก็บชิ้นส่วน/วัตถุดิบคงคลังไว้จำนวนมาก
- ปกป้องสิ่งแวดล้อม
16 กลุ่มมาตรฐาน ISA ที่โรงงานอัจฉริยะควรรู้
ISA นั้นเกิดขึ้นมาจาก ANSI (American National Standard Institute) ที่ต้องการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อให้มั่นใจได้ถึงระบบที่เปิดกว้างและมีสมดุล และเพื่อป้องกันการยึดตลอดที่อาจจะเกิดจากความสนใจจำเพาะด้าน, บริษัท หรือองค์กรใด ๆ
ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้ ISA ประกอบด้วยสมาชิกและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่แบ่งปัญองค์ความรู้เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานและขับเคลื่อนการผลิตสมัยใหม่ โดยได้มีการกำหนดมาตรฐาน การรายงาน และคำแนะนำในการดำเนินการที่ต้องเกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 16 กลุ่มหลัก ได้แก่
- การบริหารจัดการการสัญญาณแจ้งเตือน (Alarm) สำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป (ISA-18)
- การควบคุมกระบวนการผลิตแบบ Batch (ISA-88)
- ความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับระบบอัตโนมัติและระบบควบคุมโรงงาน (ISA-99/62443)
- การบูรณาการระบบควบคุมระดับองค์กร (ISA-95)
- คุณสมบัติอุปกรณ์ Interface สำหรับภาคสนาม (ISA-1003/62453)
- ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์ด้านระบบความปลอดภัย (ISA-84/61511)
- HMI (ISA-101)
- สัญลักษณ์เครื่องมือและเอกสาร (ISA-5 และ ISA-20)
- การบริหารจัดการอุปกรณ์อัจฉริยะ (ISA-108)
- การตรวจสอบ Loop, การสอบเทียบ, Commissioning และ FAT/SAT (ISA-105)
- โรงไฟฟ้า, ฟอสซิล และนิวเคลียร์ (ISA-67 และ ISA-77)
- ขั้นตอนอตโนมัติสำหรับกระบวนการทำงานต่อเนื่อง (ISA-106)
- Supervisory Control และการได้มาซึ่งข้อมูล (SCADA) (ISA-112)
- วาล์วและ Actuator (ISA-75 และ ISA-96)
- ระบบไร้สายสำหรับระบบอัตโนมัติโรงงาน (ISA-100)
- ประเด็นเพิ่มเติมอื่นๆ (ISA-7, ISA-12, ISA-42, ISA-60, ISA-71, ISA-76, ISA-82, ISA-92, ISA-97)
ที่มา:
ISA
