การบูรณาการซอฟต์แวร์สำหรับการพิมพ์ 3 มิติแบรนด์ 4D_Additive เข้ากับ Phasio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการคำสั่งซื้อทำให้เกิดการบริหารจัดการแบบ End-to-End และการผลิตแบบเติมเนิ้อวัสดุแบบอัตโนมัติ
CoreTechnologie (CT) ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติและซอฟต์แวร์ Nesting ชื่อ 4D_Additive รวมถึง Phasio ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการผลิต ได้ประกาศความร่วมมือเพิ่มเตมเพื่อทำให้เกิดการทำงานระหว่างกันอย่างไร้ร้อยต่อในการเติมเนื้อวัสดุ ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดให้เหลืออยู่ในระดับต่ำ
โดยซอฟต์แวร์จาก Phasio นั้นมีความโปร่งใส่และสามารถสร้างใบเสนอราคาได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการบริหารจัดการคำสั่งซื้อและวางแผน Workflow ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องผลิตจะถูกส่งตรงไปยังซอฟต์แวร์การพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) 4D_Additve ด้วยซอฟต์แวร์ของ Phasio หมายความว่าโมเดล CAD ที่อยู่ในคำสั่งซื้อนั้นจะถูกโหลดอัตโนมัติ รวมถึงการจัดวางและชิ้นส่วนถ่าง ๆ จะถูกคัดลอกไว้
หลังจากยืนยันค่า Nesting ที่ต้องการแล้ว 4D-Additive จะปรับ Nesting 3 มิติด้วยการแพ็คที่มีความหน่าแน่นสูงอย่างการเพิมประสิ?ธิภาพความร้อน จำนวนและพื้นที่ติดตั้ง ตำแหน่งต่าง ๆ ของชิ้นส่วนที่ต้องผลิตจะถูกส่งกลับไปยังระบบบริหารจัดการ
เมื่อสามารถลดโอกาสที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ได้ในงานรายวันที่เกิดขึ้น ทำให้คุณภาพงานที่ได้นั้นอยู่ในมาตรฐานระดับสูง โดยสามารถลดงาน Manual ที่มักจะเกิดขึ้นในบริษัทที่รับทำการพิมพ์ 3 มิติลงได้ 40 – 60% ทำให้ Workflow เกิดเป็นการทำงานอัตโนมัติ
4D_Additive นั้นถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการพิมพ์สำหรับทุกคน รวมถึงการเตรียมไฟล์สำหรับ SLS, MJF, SLM, SLA และ FDM โดยมีหน้าตาที่ใช้งานง่าย
โดยฟังก์ชัน Nesting มีความเร็วในการทำงานสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากการคำนวณด้วยหน่วยประมวลผลหลากหลายตัวพร้อมกัน ซอฟต์แวร์สามารถอ่าน CAD ทั่วไปได้ร่วมถึงไฟล์กลุ่ม STL และ 3mf
ที่มาข่าว:
Industry of Things
